หากเราลองตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า “อะไรคือหัวใจของการสื่อสารด้วยภาษา?” คำตอบหนึ่งที่ชัดเจนมากคือ “คำศัพท์” เพราะต่อให้เราเข้าใจไวยากรณ์ดีเพียงใด หากไม่มีคำศัพท์เพียงพอ เราก็ไม่สามารถสื่อความหมายได้อย่างแท้จริง แนวคิดนี้สอดคล้องกับคำกล่าวสุดคลาสสิกของ Wilkins (1972) ที่ว่า
“Without grammar very little can be conveyed, without vocabulary nothing can be conveyed.”
ประโยคนี้ยังคงสะท้อนความจริงในห้องเรียนภาษาจนถึงปัจจุบัน คำศัพท์จึงไม่ใช่เพียงองค์ประกอบหนึ่งของภาษา แต่เป็น “ฐานราก” ของการฟัง พูด อ่าน และเขียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบททางวิชาการหรือวิชาชีพ การรู้คำศัพท์เฉพาะสาขายิ่งมีความสำคัญ เพราะคำเหล่านั้นเป็นเครื่องมือในการคิด วิเคราะห์ และสื่อสารอย่างแม่นยำ
Word List คืออะไร และทำไมต้องสร้างจากคลังข้อมูลภาษา (Corpus)?
Word list หรือ “รายการคำศัพท์” คือชุดคำที่ได้รับการคัดเลือกอย่างเป็นระบบตามเกณฑ์บางประการ เช่น ความถี่ (frequency) การกระจายตัว (range) หรือความเกี่ยวข้องกับสาขาวิชา โดยทั่วไป รายการคำศัพท์สามารถแบ่งออกได้อย่างน้อย 3 กลุ่มใหญ่ (Nation, 2022; Nation & Coxhead, 2012) คือ
- คำศัพท์ทั่วไป (general words) เช่น คำใน General Service List (West, 1953)
- คำศัพท์วิชาการ (academic words) เช่น คำใน Academic Word List (Coxhead, 2000) และ
- คำศัพท์เฉพาะสาขา (technical words) ซึ่งเป็นคำที่มีบทบาทสำคัญในสาขาวิชาเฉพาะ เช่น รายการคำศัพท์ด้านการท่องเที่ยว (Laosrirattanachai & Ruangjaroon, 2021) หรือ รายการคำศัพท์ด้านวิทยาศาสตร์ (Kruawong & Phoocharoensil, 2025)
การแยกประเภทเช่นนี้ช่วยให้ครูและผู้เรียนเห็นภาพโครงสร้างของคำศัพท์ และสามารถจัดลำดับความสำคัญในการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม ในอดีต รายการคำศัพท์บางชุดอาจอาศัยการคัดเลือกจากประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก แต่ในปัจจุบัน การสร้างรายการคำศัพท์จาก “คลังข้อมูลภาษา” หรือ corpus-based approach ได้รับการยอมรับว่ามีความน่าเชื่อถือมากกว่า เพราะอิงจากข้อมูลภาษาจริงจำนวนมาก ไม่ใช่เพียงความรู้สึกหรือประสบการณ์ส่วนบุคคล (Dang, 2020)
การใช้คลังข้อมูลภาษาช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์ได้ว่า คำใดปรากฏบ่อยจริงในสาขานั้น คำใดกระจายตัวในหลายแหล่งข้อมูล และคำใดมีความหมายเฉพาะเมื่ออยู่ในบริบทเฉพาะ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้วิธีเปรียบเทียบกับคลังข้อมูลภาษาทั่วไป เพื่อดูว่าคำใด “โดดเด่น” ในสาขานั้นจริง ๆ ผ่านวิธีการวิเคราะห์คำสำคัญ หรือ Keyword analysis (Hyland, 2012) สิ่งเหล่านี้ทำให้รายการคำศัพท์ที่สร้างจากคลังข้อมูลภาษามีความเป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้มากกว่ารายการคำศัพท์ที่สร้างจากการคัดเลือกเองโดยไม่มีข้อมูลสนับสนุน
ความครอบคลุมของคำศัพท์ (Lexical Coverage): เรียนแค่ไหนจึงจะ “พอ”?
หนึ่งในประเด็นสำคัญของการสร้างรายการคำศัพท์คือ “ความครอบคลุมของคำศัพท์” หรือ lexical coverage หมายถึง สัดส่วนของคำในข้อความที่สามารถเข้าใจได้หากรู้คำศัพท์ชุดนั้น งานวิจัยจำนวนมากเสนอว่า การเข้าใจข้อความได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องรู้คำศัพท์ประมาณ 95–98% ของข้อความ (Schmitt et al., 2011; van Zeeland & Schmitt, 2013) หากต่ำกว่านี้ ผู้อ่านจะต้องเดาความหมายบ่อยครั้งเกินไปจนทำให้การทำความเข้าใจสะดุด โดยทั่วไป คำความถี่สูงอาจครอบคลุมประมาณ 80% ของข้อความ คำศัพท์วิชาการประมาณ 8–10% และคำศัพท์เฉพาะสาขาประมาณ 5–8% (Coxhead & Demecheleer, 2018; Dang & Webb, 2014) เมื่อรวมกันจึงเข้าใกล้ระดับ 95–98% ที่จำเป็นต่อความเข้าใจ ดังนั้น รายการคำศัพท์โดยเฉพาะคำศัพท์เฉพาะสาขา จึงมีบทบาทสำคัญในการ “ปิดช่องว่าง” ทางความเข้าใจของผู้เรียน ทำให้สามารถอ่านและทำงานกับเนื้อหาเฉพาะทางได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
การสอนและการเรียนรู้คำศัพท์ด้วยรายการคำศัพท์
สำหรับผู้สอน รายการคำศัพท์เป็นเครื่องมือช่วยวางแผนการสอนอย่างมีระบบ แทนที่จะเลือกคำศัพท์แบบสุ่ม ครูสามารถอ้างอิงรายการคำที่ผ่านการวิเคราะห์แล้วว่ามีความสำคัญจริงในสาขานั้น ช่วยให้การออกแบบหลักสูตรมีทิศทางชัดเจน การสร้างแบบฝึกหัดสอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน และการประเมินผลมีเกณฑ์อ้างอิงที่เป็นรูปธรรม
สำหรับผู้เรียน รายการคำศัพท์ทำหน้าที่เป็น “แผนที่นำทาง” ทางคำศัพท์ ลดความรู้สึกว่าคำศัพท์มีมากมายไร้ขอบเขต ผู้เรียนสามารถตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น “สัปดาห์นี้จะเรียนรู้ 30 คำจากรายการนี้” และเห็นความก้าวหน้าของตนเองอย่างเป็นรูปธรรม หลายคนอาจเข้าใจว่ารายการคำศัพท์คือการท่องจำรายการคำศัพท์ยาว ๆ แต่ในความเป็นจริง การใช้รายการคำศัพท์อย่างมีประสิทธิภาพควรเชื่อมโยงกับกลวิธีการเรียนรู้คำศัพท์ (vocabulary learning strategies) ที่หลากหลาย (Schmitt, 1997; 2010) เมื่อรายการคำศัพท์ไม่ได้ถูกใช้เพียงเพื่อท่องจำ แต่เป็นเครื่องมือสำหรับกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ การเรียนรู้คำศัพท์จะมีความลึก (depth) มากขึ้น ไม่ใช่เพียงรู้ความหมายผิวเผิน ที่สำคัญ รายการคำศัพท์ที่พัฒนาจากคลังข้อมูลภาษายังสะท้อนภาษาจริงในโลกวิชาชีพ ทำให้ผู้เรียนไม่ได้เรียนคำที่ล้าสมัยหรือไม่จำเป็น แต่เรียนคำที่มีแนวโน้มจะพบเจอจริงในการอ่าน งานวิจัย หรือการทำงาน
ยากหรือไม่สำหรับมือใหม่ที่จะลองสร้างรายการคำศัพท์
รายการคำศัพท์อาจดูเหมือนเครื่องมือเรียบง่าย แต่เบื้องหลังคือกระบวนการวิเคราะห์ภาษาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การใช้คลังข้อมูลภาษา การคำนวณค่าทางสถิติ การวิเคราะห์ความหมาย ไปจนถึงการประเมินความครอบคลุมของคำศัพท์ เมื่อออกแบบอย่างรอบคอบ รายการคำศัพท์จะไม่ได้เป็นเพียงรายการคำศัพท์ แต่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาษาในตำราเรียนกับภาษาในโลกจริง และเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้เรียนก้าวจาก “ผู้ใช้ภาษาทั่วไป” ไปสู่ “ผู้ใช้ภาษาในสาขาวิชาชีพ” ได้อย่างมั่นใจ ในท้ายที่สุด หากเราย้อนกลับไปที่คำกล่าวของ Wilkins (1972) เราอาจกล่าวได้ว่า รายการคำศัพท์คือหนึ่งในวิธีที่เป็นรูปธรรมที่สุดในการทำให้ “nothing can be conveyed” กลายเป็น “something meaningful can be conveyed.”
สำหรับผู้อ่านที่อยากลองพัฒนารายการคำศัพท์เล็ก ๆ ใช้ในชั้นเรียน จุดเริ่มต้นที่ดีคือการอ่านงานวิจัยเกี่ยวกับการสร้างรายการคำศัพท์จากวารสารที่น่าเชื่อถือ หนึ่งในแหล่งที่เข้าถึงได้ง่ายคือ LEARN Journal: Language Education and Acquisition Research Network ซึ่งเป็นวารสารด้านการสอนภาษาอังกฤษที่มีคุณภาพและอยู่ในฐานข้อมูลระดับนานาชาติ ดำเนินงานโดย สถาบันภาษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สามารถสืบค้นบทความได้ที่ https://so04.tci-thaijo.org/index.php/LEARN
หากต้องการศึกษาอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นในระดับบัณฑิตศึกษา ทั้งปริญญาโทหรือเอก สถาบันภาษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยังมีหลักสูตรด้านการสอนภาษาอังกฤษที่เปิดสอนรายวิชาเกี่ยวกับระเบียบวิธีวิจัยทางคลังข้อมูลภาษาและการพัฒนารายการคำศัพท์ โดยมีทีมอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด
หวังว่าหลังจากอ่านบทความนี้แล้ว หลายท่านจะได้ไอเดียใหม่ ๆ และมีแรงบันดาลใจในการลองสร้างรายการคำศัพท์ของตนเองดูสักครั้งนะครับ
References
Coxhead, A. (2000). A new academic word list. TESOL Quarterly, 34(2), 213–238.
Coxhead, A., & Demecheleer, M. (2018). Investigating the technical vocabulary of Plumbing. English for Specific Purposes, 51, 84–97.
Dang, T. N. Y. (2020). Corpus-based word lists in second language vocabulary research learning, and teaching. In S. Webb (ed.), The Routledge Handbook of Vocabulary Studies (pp.288–304). Routledge.
Dang, T. N. Y., & Webb, S. (2014). The lexical profile of academic spoken English. English for Specific Purposes, 33, 66–76.
Hyland, K. (2012). Disciplinary identities: Individuality and community in academic discourse. Cambridge University Press.
Kruawong, T., & Phoocharoensil, S. (2025). Establishing English Science Textbook Word Lists (ESTWLs) for Thai EFL secondary students: A corpus-based approach. PASAA Journal, 71, 386–418.
Laosrirattanachai, P., and Ruangjaroon, S. (2021). Corpus-based Creation of Tourism, Hotel, and Airline Business Word Lists. LEARN Journal: Language Education and Acquisition Research Network, 14(1), 50–86.
Nation, I. S. P. (2022). Learning vocabulary in another language (3rd ed.). Cambridge University Press.
Nation, I. S. P., & Coxhead, A. (2012). Special purposes vocabulary. In C. A. Chapelle (Ed.), Encyclopedia of applied linguistics (pp. 2–4). Wiley Blackwell.
Schmitt, N. (1997). Vocabulary learning strategies. In N. Schmitt & M. McCarthy (Eds.), Vocabulary: description, acquisition and pedagogy (pp. 199-227). Cambridge University Press.
Schmitt, N. (2010). Researching vocabulary: A vocabulary research manual. Palgrave Macmillan.
Schmitt, N., Jiang, X., & Grabe, W. (2011). The percentage of words known in a text and reading comprehension. The Modern Language Journal, 95(1), 26–43.
van Zeeland, H., & Schmitt, N. (2013). Lexical coverage in L1 and L2 listening comprehension: The same or different from reading comprehension? Applied Linguistics, 34(4), 457–479.
West, M. (1953). A general service list of English words. Longman.
Wilkins, D. A. (1972). Linguistics in language teaching. Edward Arnold.
บทความโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ปิยะพงษ์ เลาศรีรัตนชัย
อาจารย์พิเศษสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


