Moods of Verbs: หัวใจสำคัญของการสื่อสารที่มากกว่าแค่กริยา

ในภาษาอังกฤษ ทัศนคติของผู้เขียน/ผู้พูดสามารถถูกสะท้อนออกมาผ่านไวยากรณ์ บางประโยคอาจฟังดูเหมือนการเล่าเรื่อง บางประโยคดูเหมือนการออกคำสั่ง และบางประโยคกลับดูเหมือนกำลังพรรณนาฝันหวาน คำตอบไม่ได้อยู่ที่แค่ความหมายของคำกริยาที่ใช้ แต่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ Moods หรือ มาลาของคำกริยาด้วยนั่นเอง

Mood คืออะไร?

Mood เปรียบเสมือนอารมณ์ของคำกริยา ในทางไวยากรณ์ Mood คือระบบทางเลือกที่บ่งบอกทัศนคติของผู้สื่อสารที่มีต่อเนื้อหาในประโยค โดยพิจารณาว่าเนื้อหานั้นเป็นข้อเท็จจริง ความปรารถนา หรือคำสั่ง (Quirk, 1985) โดยในภาษาอังกฤษเรามักจะแบ่ง Mood ออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

  1. Indicative Mood ซึ่งจะใช้เมื่อต้องการบอกเล่าหรือสอบถามข้อมูล ผู้เขียน/ผู้พูดสามารถใช้มาลาประเภทนี้เพื่อสื่อสารข้อเท็จจริง ความคิดเห็น หรือสิ่งที่เป็นจริงในโลกทัศน์ของผู้พูด (Biber, 1999)
    • ตัวอย่างประโยค Indicative Mood: “The sun rises in the east.”
  1. Imperative Mood ใช้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการกระทำผ่านประโยคที่เป็นรูปแบบคำสั่งหรือคำขอร้อง ที่น่าสนใจคือโดยทั่วไปประโยค Imperative จะไม่มีการระบุประธานอย่างชัดเจน (Celce-Murcia et al., 2015) แต่ขึ้นต้นประโยคด้วยกริยาไม่ผัน (Base form) เนื่องจากโครงสร้างนี้เป็นการสื่อสารแบบเผชิญหน้า (Face-to-face communication) ผู้พูดและผู้ฟังต่างรู้ตัวตนของกันและกันอยู่แล้ว การละประธานช่วยเพิ่ม Illocutionary force หรือพลังในการสั่งการ ทำให้สารมีความกระชับและพุ่งเป้าไปที่การกระทำมากกว่าตัวบุคคล (Quirk, 1985)
    • ตัวอย่างประโยค Imperative Mood: “Close the door!”
  1. Subjunctive Mood ใช้เพื่อกล่าวถึงเรื่องสมมติ ความปรารถนา หรือเหตุการณ์ที่เป็นไปไม่ได้ (Hypothetical situation) รวมไปถึงการแสดงความต้องการที่หนักแน่น ประโยค Subjunctive มักจะมีรูปแบบไวยากรณ์ที่เฉพาะตัว
    • Were-Subjunctive: การใช้ were กับประธานทุกตัว เช่น “I wish it were weekend already.” (แต่ความจริงคือวันนี้เพิ่งวันจันทร์) เพื่อเป็นการสร้างระยะห่างระหว่าง “ความจริง” กับ “จินตนาการ” (Modal remoteness) และบอกให้ผู้ฟังทราบว่าสิ่งที่พูดอยู่นั้น ไม่เป็นความจริง (Huddleston et al., 2002) ทั้งนี้ ในปัจจุบันการใช้ was กับประธานเอกพจน์เป็นที่ยอมรับมากขึ้น โดยเฉพาะในบริบทการสื่อสารไม่เป็นทางการ เช่น “I wish she was”
    • Mandative Subjunctive: มักใช้ในบริบทที่เป็นทางการ หรืองานเขียนทางกฎหมาย (Palmer, 2001) ใช้ตามหลังคำกริยาหรือคำคุณศัพท์ที่แสดงคำสั่ง ความต้องการ หรือข้อเสนอแนะ + that-clause เช่น “I suggest that he [should] go see the doctor.” หรือ “It is recommended that she visit the temple.” สังเกตว่าคำกริยาใน that-clause จะอยู่ในรูป Base Form แม้ประธานจะเป็นเอกพจน์บุรุษที่ 3 และคำว่า should สามารถถูกละไว้ในฐานที่เข้าใจ

การเข้าใจเรื่อง Mood จะช่วยให้ผู้เรียนก้าวข้ามการจำแค่ Tense ไปสู่การสื่อสารที่ตรงประเด็นและถูกกาลเทศะ นอกจากนี้ หากเราเข้าใจระบบ Mood เราจะสามารถวิเคราะห์นัยยะแฝง (Modality) ผ่านตัวหนังสือหรือบทสนทนาได้ลึกซึ้งกว่าเดิม

References

Biber, D. (1999). Longman grammar of spoken and written English. Longman.

Celce-Murcia, M., & Larsen-Freeman, D. (2015). The grammar book: An ESL/EFL teacher’s course (3rd ed.). Heinle ELT.

Huddleston, R. D., Pullum, G. K., & Bauer, L. (2002). The Cambridge grammar of the English language. Cambridge University Press.

Palmer, F. R. (2001). Mood and modality (2nd ed.). Cambridge University Press.

Quirk, R. (1985). A Comprehensive grammar of the English language. Longman.

บทความโดย อาจารย์ณัฎฐณิชา บัณฑิต
อาจารย์พิเศษของสถาบันภาษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์