คนเรียนภาษาอังกฤษอย่างพวกเราน่าจะรู้จักสิ่งที่เรียกว่า active & passive voice เป็นอย่างดีอยู่แล้ว ในภาษาอังกฤษหากเราจะเน้นผู้กระทำเราจะวางผู้กระทำไว้ในตำแหน่งประธานของประโยคแบบ active voice เช่น คำว่า John ในประโยค (a) แต่หากเราอยากเน้นว่าใครเป็นผู้ได้รับผลจากการกระทำนั้นเรานิยมใช้โครงสร้างประโยค be + past participle (V.3) เช่นในประโยค (b) สรุปง่ายๆ คือโดยพื้นฐานแล้วความหมายของ (a) และ (b) เหมือนกันแต่ต่างกันตรงจุดที่เราจะเน้นความ
(a) John designed this house. จอห์นออกแบบบ้านหลังนี้
(b) This house was designed by John. บ้านหลังนี้ออกแบบโดยจอห์น
passive voice ในภาษาอังกฤษยังมีอีกโครงสร้างที่นิยมใช้กันในภาษาพูด เรียกว่า get-passive โดยจะใช้ get แทน be เช่น ในประโยค (c)
(c) Her favorite mug was/got broken. แก้วใบโปรดของเธอแตก
มีงานวิจัยที่ได้สำรวจการใช้ get-passive ใน COCA หรือ The Corpus of Contemporary American English ซึ่งเป็นคลังข้อมูลขนาดใหญ่ 25 ล้านคำที่สะท้อนภาพการใช้ภาษาของคนอเมริกันในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี Phoocharoensil (2020) พบว่า get-passive ปรากฏบ่อยสุดใน genre 3 ประเภทได้แก่ TV and Movie subtitles, blog และ spoken ซึ่งล้วนแต่เป็นตัวแทนของภาษาพูดหรือภาษาที่มีความเป็นทางการน้อยทั้งสิ้น
สถิติความถี่การปรากฏร่วม (Collocations) ของกริยาโครงสร้าง get + V.3 จากคลังข้อมูล COCA
ข้อสังเกตสำคัญในด้านไวยากรณ์ของการใช้ get-passive คือ จะไม่นิยมแสดงว่าใครเป็นผู้กระทำกริยานั้น กล่าวคือจะไม่ค่อยพบเห็นการใช้ by-phrase ใน get-passive เช่น ประโยค I got hurt by the car. แม้จะถูกต้องตามหลักไวยากรณ์แต่จะพบน้อยกว่าและไม่เป็นธรรมชาติเท่า I was hurt by the car. (Crystal, 2004) ข้อสังเกตอีกอย่างที่สำคัญมากสำหรับผู้เรียนภาษาคือ คำกริยาที่ใช้กับ get-passive มักจะเป็น action verb (บางคนเรียกว่า dynamic verb) เช่น get caught, get killed, get shot, get accused, get destroyed แต่แทบจะไม่พบปรากฏกับ stative verb หรือกริยาแสดงความรู้สึก สภาพ หรือสถานะ (Mair, 2006) เช่น เรามักได้ยินคนพูดว่า Mount Everest is known as the highest mountain in the world. ในขณะที่เราแทบจะไม่ได้ยินใครพูด Mount Everest gets known as the highest mountain in the world.
นอกจากลักษณะทางไวยากรณ์ที่ทำให้ get-passive แตกต่างจาก be-passive แล้ว ความหมายที่ get-passive สื่อออกมาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน นักภาษาศาสตร์ในปัจจุบันสามารถเข้าถึงคลังข้อมูลขนาดใหญ่ได้และตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า get-passive มักใช้กับคำกริยาที่มีความหมายในทางลบหรือแสดงความไม่พึงประสงค์ Wanner (2013) ได้ศึกษาการใช้ get-passive ที่ปรากฏในคลังข้อมูล The Freiburg-Brown Corpus of American English (Frown) พบว่า get-passive จำนวนมากกว่า 2 ใน 3 มีความหมายเชิงลบซึ่งแสดงผ่านคำกริยาที่ get ปรากฏร่วม เช่น get caught, get overrun, get overlooked, get squeezed, get zapped, get blown into pieces, get pressured into, get killed, get fired, get struck และเมื่อเรามาดูข้อมูลใน British English ก็จะพบความหมายของ get-passive เด่นชัดในทางลบเช่นกัน Mair (2006) ศึกษา top-20 verbs ที่ปรากฏร่วมกับ get ในโครงสร้างดังกล่าวใน BNC (British National Corpus) เปรียบเทียบกับ COCA พบว่าคำกริยา 12 คำ (ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์) ที่พบในทั้งสองคลังข้อมูลมีความหมายเชิงลบ ได้แก่ caught, smashed, hit, damaged, killed, hurt, shot, beaten, stopped, sacked, accused, และ destroyed
แน่นอนว่าเราสามารถพบการใช้ get-passive ในบริบทที่มีความหมายเชิงบวกได้ด้วย เช่น get paid, get rewarded, get elected และใช้ในบริบทที่เป็นกลางๆ (neutral) ได้ด้วยเช่นกัน เช่น get written หรือ get sent แต่หลายๆ ครั้งเราต้องตีความทั้งประโยคโดยอิงจากบริบทที่แวดล้อมและไม่ดูแค่ get + V.3 ตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจมาจากงานของ Mair (2006) เช่น get kissed ‘ได้รับการจุมพิต’ ฟังเผินๆ น่าจะเป็นความหมายเชิงบวก แต่พอเข้าไปดูตัวอย่างในบริบทอาจพบว่าจริงๆ แล้วเป็นความหมายในแง่ลบได้ เช่น A woman got kissed by a nasty man. ‘ผู้หญิงคนหนึ่งถูกผู้ชายน่ารังเกียจจูบ’ ซึ่งคงเป็นสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นรู้สึกขยะแขยงเป็นฝันร้ายในชีวิต
การเรียนรู้การใช้ get-passive และทราบแนวโน้มความหมายเชิงลบของ passive construction ประเภทนี้มีประโยชน์ต่อการพัฒนาความรู้ทางภาษาอังกฤษอย่างมาก ครูสอนภาษาอังกฤษเองก็ควรให้ความสำคัญกับการสอนที่เน้นแยกแยะความแตกต่างระหว่าง be-passive และ get-passive เนื่องจากโครงสร้าง passive ทั้งสองประเภทไม่อาจใช้แทนกันได้ในหลายๆ กรณี ครูสามารถสอนโครงสร้าง get-passive (ซึ่งมักเกิดร่วมกับ action verb แต่ไม่นิยมใช้กับ by-phrase) และความหมายเชิงลบของ passive voice ประเภทนี้ผ่านตัวอย่างจากภาษาจริงจากคลังข้อมูลโดยเลือกตัวอย่างที่เหมาะสมกับระดับของผู้เรียนและควรสอนให้นักเรียนหัดสังเกตลักษณะทางความหมายและไวยากรณ์ของการใช้ get-passive ผ่านวิธีการเช่น data-driven learning (DDL) โดยมีครูเป็นคนคอยสนับสนุนและผลักดันให้ผู้เรียนบรรลุผลสัมฤทธิ์ที่ตั้งไว้ในบทเรียนนั้นๆ
References
Crystal, D. (2004). Rediscover grammar. Pearson Education
Mair, C. (2006). Tracking ongoing grammatical change and recent diversification in presentday standard English: The complementary role of small and large corpora. In Renouf, A. & Kehoe, A. (Eds.), The changing face of corpus linguistics (pp. 355- 376). Rodopi.
Phoocharoensil, S. (2020). English get-passives: Reassessing the frequencies across genres. GEMA Online Journal of Language Studies, 20, 123-135.
Wanner, A. (2013). The get-passive at the intersection of get and the passive. In A. Alexiadou & F. Schäfer (Ed.), Non-canonical passives (pp. 43-62). John Benjamins Publishing Company. https://doi.org/10.1075/la.205.03wan
บทความโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภกรณ์ ภู่เจริญศิลป์
อาจารย์ประจำสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


