Cleft Sentence: แยกคำย้ำความหมาย

โครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษตั้งอยู่บนหลักการว่า คำทุกคำในประโยคมีหน้าที่เสมอ เช่น คำคุณศัพท์ใช้ขยายคำนาม คำนามทำหน้าที่เป็นประธานหรือกรรมของกริยา กริยาทำหน้าที่แสดงว่าใครทำอะไร หรือมีสิ่งใดเกิดขึ้น บุพบทวลีอาจทำหน้าที่เป็นส่วนขยายนามหรือขยายกริยา เหล่านี้เป็นหน้าที่เบื้องต้นของคำในประโยค

เมื่อผู้พูดหรือผู้เขียนต้องการนำเอาคำหรือวลีใดในประโยคขึ้นมาเพื่อเน้นความหมาย ก็สามารถทำได้ผ่านไวยากรณ์ระดับ C1 ของกรอบอ้างอิง CEFR ไวยากรณ์นี้มีชื่อว่า Cleft Structure แปลความหมายได้ว่า การแยกคำหรือวลีเพื่อการเน้นย้ำความหมาย

Cleft Structure มีดังต่อไปนี้

A. It-Cleft Sentence = ประโยคจะขึ้นต้นด้วยสรรพนาม It + Focused Element + that (who) + Clause

1.1. The planet Mars has always captured the human imagination.

1.2. It is the planet Mars that has always captured the human imagination.

ประโยคที่ 1.1. โครงสร้างประโยคบอกเล่าปกติ เพื่อแจ้งข้อมูลให้ผู้อ่านรู้ว่าดาวอังคารนั้นตกอยู่ในห้วงจินตนาการของมนุษย์ตลอดมา ในขณะที่ประโยคที่ 1.2. มีนัยยะว่า มันคือดาวอังคารนะ (ไม่ใช่ดาวเคราะห์ดวงอื่น) ที่ “ติดตรึง” ในจินตนาการของมนุษย์ตลอดมา เมื่อโครงสร้างเปลี่ยน ความหมายก็ปรับยกระดับย้ำความ

1.3. The former Prime Minister was arrested for corruption.

1.4. It was the former Prime Minister who was arrested for corruption.

เมื่อนำประโยค 1.4. ไปเทียบกับ 1.3. ข้างต้น จะเห็นได้ว่าน้ำหนักความหมายเน้นที่ “อดีตนายกรัฐมนตรี” (ไม่ใช่นักการเมืองคนอื่น) ที่ถูกจับเพราะการฉ้อราษฎร์บังหลวง (โปรดสังเกตว่าสรรพนามเชื่อมความ “who” หรือ “that” จะแทนบุคคล ในขณะที่จะใช้ “that” แทนในกรณีที่ไม่ใช่คน เมื่อใช้ “that” แทนคนจะแสดงถึงความเป็นทางการน้อยกว่า “who”)

1.5. He had his latest research published in the Lancet.

1.6. It is in the Lancet that he had his latest research published.

กรณีของ 1.5 และ 1.6. สิ่งที่เป็น focused element คือบุพบทวลี “in the Lancet” แต่ลีลาการเขียนหรือพูดตามตัวอย่างที่ 1.6. ต้องการจะย้ำว่าเป็นวารสารชื่อ The Lancet ไม่ใช่วารสารอื่นใด การเน้นว่าเป็นวารสารชื่อ The Lancet ก็เพราะว่าในสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ วารสารนี้ถือว่าเป็นวารสารชั้นนำ ดังนั้น จึงรับประกันได้ว่างานวิจัยของนักวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์จะต้องมีคุณภาพสูงมาก

B. Pseudo-Cleft (Wh-cleft) Sentence คือการเขียนหรือพูดที่ขึ้นต้นด้วยคำประเภท “Wh-…” เช่น what, when, how, why เป็นต้น

โครงสร้างนี้ประกอบด้วย What + Clause [Subject] + Be + Focused Element

1.7. The selection committee admired his summa cum laude degree.

1.8. What the selection committee admired was his summa cum laude degree.

ประโยคที่ 1.7. แสดงถึงโครงสร้างประโยคปกติที่มีประธาน + กริยา + กรรม แต่ประโยคที่ 1.8. ใช้โครงสร้าง pseudo-cleft ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า what … เพื่อต้องการจะเน้นว่าสิ่งที่คณะกรรมการคัดเลือกชื่นชมคือ ปริญญาเกียรตินิยมขั้นสูงสุด

C. Reversed Pseudo-Cleft Sentence

โครงสร้างนี้ประกอบด้วย Focused Element + Be + Wh-clause

1.9. His summa cum laude degree was what the selection committee admired.

เมื่อเปรียบเทียบกับ 1.8. ประโยคที่ 1.9. วางตำแหน่งของ Wh-clause ไว้ด้านหลังของกริยา Be จึงเรียกประโยคลักษณะนี้ว่า pseudo-cleft กลับด้าน

D. Pseudo-Cleft variation using “All (that)… .”

ประโยคลักษณะนี้มีโครงสร้าง All (that) + clause + be + focused element

1.10. All (that) the selection committee admired was his summa cum laude degree. โปรดสังเกตว่าคำว่า that มักจะลดรูปออกไปจากโครงสร้างสะท้อนความนิยมการใช้ในปัจจุบัน

การใช้โครงสร้าง Cleft sentences ข้างต้นแสดงเจตนาในการเน้นยำ หรือทัศนคติอย่างใดอย่างหนึ่งของผู้สื่อสารด้วยโครงสร้างนี้ จากนี้ไปเมื่อผู้อ่านฟังหรืออ่านภาษาอังกฤษจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ น่าจะลองสังเกตว่ามีการใช้โครงสร้าง Cleft sentences มากน้อยเพียงใด และเพื่อวัตถุประสงค์ใด แหล่งข้อมูลภาษาอังกฤษทั้งที่เป็นการฟังและการอ่านที่มีคุณภาพดี จะช่วยให้เราสามารถพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษในระดับที่สูงขึ้น เป็นการยกระดับความสามารถในการสื่อสารให้เหมาะสมกับบริบทอย่างหนึ่ง

References

British Council. (n.d.). Emphasis: Cleft sentences, inversion and auxiliaries. LearnEnglish.
https://learnenglish.britishcouncil.org/grammar/c1-grammar/emphasis-cleft-sentences-inversion-auxiliaries

Parrott, M. (2010). Grammar for English language teachers (2nd ed.). Cambridge University Press.

Swan, M. (2016). Practical English usage (4th ed.). Oxford University Press.

บทความโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์สิทธิ์ แสงบุญ
อาจารย์พิเศษระดับบัณฑิตศึกษาของสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์